หากแม่ของคุณเป็นโรคกระดูกพรุน คุณจะช่วยท่านได้อย่างไรบ้าง
Banner

เมื่อแม่หรือคนในครอบครัวของคุณได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคกระดูกพรุน เป็นปกติที่คุณจะรู้สึกกังวลหรือเครียดเกี่ยวกับผลกระทบที่จะตามมา ทั้งในเรื่องของการใช้ชีวิตประจำวันของตัวท่านเอง รวมไปถึงการที่คุณจะให้ความช่วยเหลือท่านได้อย่างไร มีหลายวิธีที่สามารถใช้ในการดูแลผู้ป่วยโรคกระดูกพรุน เช่นเดียวกับโรคเรื้อรังอื่นๆ ได้แก่

ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการรักษาและช่วยให้ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง

เมื่อได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคกระดูกพรุน แพทย์จะประเมินความเสี่ยงของการเกิดกระดูกหัก และวางแผนการรักษาที่เหมาะสม ซึ่งอาจจะรวมถึงการใช้ยาเพื่อช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกระดูก และลดความเสี่ยงของการเกิดกระดูกหัก แพทย์อาจพิจารณาให้รับประทานแคลเซียม และวิตามินดีเสริม เนื่องจากแคลเซียมและวิตามินดีเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยทำให้กระดูกแข็งแรง1,2

เช่นเดียวกับโรคเรื้อรังทั่วไป การรักษาโรคกระดูกพรุนจะได้ผลดีก็ต่อเมื่อผู้ป่วยรับประทานยาอย่างต่อเนื่อง การรับประทานยาไม่ต่อเนื่องจะส่งผลให้ความเสี่ยงต่อการเกิดกระดูกหักเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเกิดกระดูกสะโพกและกระดูกสันหลังหัก จะส่งผลให้ผู้ป่วยไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้และมีคุณภาพชีวิตที่แย่ลง3,4 คุณสามารถช่วยท่านได้ด้วยการดูแลให้ท่านรับประทานยาตามที่แพทย์สั่ง โดยอาจบันทึกข้อมูลไว้ในโทรศัพท์หรือสมุดเพื่อช่วยเตือน

ป้องกันการหกล้ม

หากพบว่าคนในครอบครัวของท่านเป็นโรคกระดูกพรุน การหกล้มหรือการกระแทกเพียงเล็กน้อย สามารถทำให้เกิดภาวะกระดูกหักได้ การหกล้มเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดกระดูกหัก พบว่า 90% ของผู้ป่วยกระดูกสะโพกหัก มีสาเหตุมาจากการหกล้ม1 คุณสามารถจัดบ้านเพื่อลดความเสี่ยงจากการหกล้มได้ กด ตรงนี้ เพื่อศึกษาวิธีป้องกันการหกล้ม

ปรับเปลี่ยนการดำเนินชีวิตประจำวันแบบง่ายๆ

แพทย์จะแนะนำวิธีการปฏิบัติตัวในชีวิตประจำวันสำหรับผู้ป่วย ควบคู่ไปกับการได้รับยารักษาโรคกระดูกพรุน เพื่อช่วยให้กระดูกแข็งแรง และลดความเสี่ยงที่จะหกล้ม6 สิ่งสำคัญ 3 ประการที่จะช่วยให้กระดูกแข็งแรงในทุกช่วงวัย และลดความเสี่ยงที่จะเป็นโรคกระดูกพรุน ได้แก่1

  1. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ อุดมไปด้วยแคลเซียมและวิตามินดี
    สารอาหารเหล่านี้จะช่วยทำให้กระดูกแข็งแรง ควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ มีแคลเซียมจากผลิตภัณฑ์จากนม 3–5 หน่วยบริโภค รับประทานผักใบเขียว ปลา ถั่วต่างๆ และอาหารที่เป็นแหล่งของแคลเซียม รับวิตามินดีที่เพียงพอจากแสงแดด 5,6
  2. ออกกำลังกายที่เหมาะสม
    การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้การทำงานประสานกันของร่างกาย การทรงตัว และความแข็งแรงของกล้ามเนื้อดีขึ้น ซึ่งจะช่วยป้องกันการหกล้ม และยังเป็นการช่วยฟื้นฟูร่างกายหลังจากกระดูกหักได้อีกด้วย2 กด ตรงนี้ เพื่อดาวน์โหลดคู่มือแนะนำการออกกำลังกาย ทั้งนี้นักกายภาพบำบัดสามารถให้คำแนะนำเกี่ยวกับการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับคุณได้
  3. ลดปริมาณการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์และหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่
    การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก จะทำให้การสร้างกระดูกลดลง และยังเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดการหกล้มและกระดูกหัก สารเคมีในบุหรี่ก็มีผลเสียต่อเซลล์กระดูก โดยจะส่งผลให้การดูดซึมแคลเซียมของกระดูกเป็นไปได้ยากขึ้น ดังนั้นการลดปริมาณการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์และหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่จะช่วยทำให้กระดูกแข็งแรงขึ้น1

สามารถค้นหาข้อมูลและคำแนะนำเพิ่มเติมได้จาก

  • แพทย์ผู้รักษา : สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับแพทย์ผู้รักษา เนื่องจากโรคกระดูกพรุนเป็นโรคเรื้อรังที่ต้องติดตามรักษาหลายปี เมื่อคุณหรือคนในครอบครัวมีคำถามหรือข้อสงสัยเกี่ยวกับโรคกระดูกพรุน แพทย์จะเป็นคนที่ให้ข้อมูลและความช่วยเหลือได้ดีที่สุด
  • มูลนิธิโรคกระดูกพรุนนานาชาติ: เป็นมูลนิธิที่เกิดจากความร่วมมือของกลุ่มผู้ป่วย องค์กรศึกษาวิจัย บุคลากรทางการแพทย์ และ บริษัทนานาชาติ ที่ร่วมมือกันในการสนับสนุนการดูแลรักษาสุขภาพกระดูก กล้ามเนื้อและข้อ ที่เกี่ยวข้องกับโรคกระดูกพรุน www.iofbonehealth.org 
 

TH-01064-PRO-2020-June

RECENT POSTS

References

1 Kanis JA, et al. Bone 2004;35:375–82.

2 Gonnelli S, et al. Osteoporos Int 2013;24:1151–59.

3 Amgen and International Osteoporosis Foundation (IOF). Fight the fracture – IOF survey. 2017. www.iofbonehealth.org.

4 International Osteoporosis Foundation. That’s osteoporosis. A compact guide to osteoporosis and its prevention and treatment. 2019. www.iofbonehealth.org.

5 International Osteoporosis Foundation. Facts and statistics. www.iofbonehealth.org.

6 WebMD. The basics of a broken wrist. https://www.webmd.com/a-to-z-guides/colles-fracture#2-5.

7 Lyet J. The Journal of Lancaster General Hospital 2006;1.

8 Gehlbach S, et al. J Bone Miner Res 2012;27:645–53.

9 Lee SH, et al. Acta Orthop Traumatol Turc 2016;50:437–42.

10 Kanis JA, et al. Osteoporos Int 2013;24:23–57.

11 Black DM, et al. N Engl J Med 2007;356:1809–22.