การป้องกันการหกล้มในบ้าน
Banner

การจัดบ้านเพื่อป้องกันการหกล้ม

กว่าครึ่งของการหกล้ม ที่เกิดขึ้นในบ้านหรือบริเวณโดยรอบบ้าน สิ่งที่ทำให้เกิดอันตรายมีอยู่ในทุกที่ เพียงแต่คุณอาจจะคิดว่าเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยหรือไม่จำเป็นต้องซ่อมแซม สิ่งที่คุณ สามารถ ปฎิบัติเพื่อป้องกันการหกล้มมีดังนี้ 1

บริเวณบ้าน ข้อควรปฎิบัติ
บริเวณโดยรอบบ้าน
  • จัดวางสิ่งของที่ใช้เป็นประจำไว้ในตำแหน่งที่หยิบง่าย
พื้นบ้าน
  • เก็บสิ่งกีดขวางที่อาจทำให้สะดุด เช่น พรม สายไฟ หรือสิ่งของชิ้นเล็กๆ
  • จัดทางเดินภายในบ้านให้โล่ง โดยย้ายเฟอร์นิเจอร์ไม่ให้กีดขวางทางเดิน (ขอผู้อื่นช่วยย้ายให้)
ห้องน้ำ
  • ปูแผ่นกันลื่นบริเวณที่เปียกน้ำ เช่น ใต้ฝักบัว อ่างอาบน้ำ และโถส้วม
  • ติดตั้งราวจับในบริเวณที่ต้องอาศัยการช่วยเหลือในการลุกหรือเดินออกมา
  • อาจหาเก้าอี้สำหรับนั่งอาบน้ำ เพื่อป้องกันการลื่นล้ม
ห้องครัว
  • ปูแผ่นกันลื่นบริเวณเตาและอ่างล้างจาน
  • เช็ดทำความสะอาดพื้นทันทีเมื่อมีของเหลวหก
  • จัดวางสิ่งของที่ใช้เป็นประจำ เช่น แก้วกาแฟ ให้ง่ายต่อการหยิบใช้
บันได
  • มีแสงสว่างเพียงพอบริเวณโถงบันได และควรติดตั้งสวิตซ์สำหรับเปิดปิดไฟ ไว้ทั้งด้านบนและด้านล่างของบันได
  • ติดตั้งราวบันไดทั้งสองข้าง
ห้องนอน
  • ติดตั้งไฟส่องสว่างบริเวณระหว่างห้องนอนและห้องน้ำ เพื่อความปลอดภัยหากต้องลุกไปเข้าห้องน้ำตอนกลางคืน

TH-01063-PRO-2020-June

RECENT POSTS

References

1 Kanis JA, et al. Bone 2004;35:375–82.

2 Gonnelli S, et al. Osteoporos Int 2013;24:1151–59.

3 Amgen and International Osteoporosis Foundation (IOF). Fight the fracture – IOF survey. 2017. www.iofbonehealth.org.

4 International Osteoporosis Foundation. That’s osteoporosis. A compact guide to osteoporosis and its prevention and treatment. 2019. www.iofbonehealth.org.

5 International Osteoporosis Foundation. Facts and statistics. www.iofbonehealth.org.

6 WebMD. The basics of a broken wrist. https://www.webmd.com/a-to-z-guides/colles-fracture#2-5.

7 Lyet J. The Journal of Lancaster General Hospital 2006;1.

8 Gehlbach S, et al. J Bone Miner Res 2012;27:645–53.

9 Lee SH, et al. Acta Orthop Traumatol Turc 2016;50:437–42.

10 Kanis JA, et al. Osteoporos Int 2013;24:23–57.

11 Black DM, et al. N Engl J Med 2007;356:1809–22.